ท่อง “สัมมาอรหัง”
ขณะที่ตรึกนึกให้เห็นดวงที่ใส
ใจอยู่ในกลางดวงที่ใส ที่ศูนย์กลางกาย อยู่นั้น
ให้ท่องในใจว่า “สมฺมาอรหํ” (อ่านว่า สัมมาอะระหัง)
ดังออกมาจากศูนย์กลางกาย ท่องให้ต่อเนื่อง
เหมือนกระแสน้ำที่ไหลไปไม่ขาดสาย
เพื่อช่วยให้ใจที่มักฟุ้งซ่านออกไปนอกตัว สงบ
หยุดนิ่งได้เร็วขึ้น
พยายามนึกดวงแก้วและ “สมฺมาอรหํ” นี้ ในทุกอิริยาบถ
คือ ยืน เดิน นั่ง นอน
ให้มีสติอยู่ที่ศูนย์กลางดวงแก้วศูนย์กลางกายไว้เสมอ
ใจจะสงบและละเอียดขึ้น แม้จะยังไม่เห็นดวงแก้วชัดเจนก็ตาม
เมื่อเห็น “นิมิต” ชัดขึ้นแล้ว ไม่ต้องท่อง “สมฺมาอรหํ”
เมื่อประคับประคองใจไว้ที่ศูนย์กลางกายไว้
ในไม่ช้า ใจจะค่อยๆ หยุดนิ่ง เป็นจุดเดียว และค่อยๆ
เห็นภาพดวงแก้วที่ศูนย์กลางกายชัดเหมือนเห็นด้วยตาเนื้อ
ก็อย่าตื่นเต้นดีใจ
ทำใจเป็นกลางๆ และไม่ต้องท่องในใจว่า “สมฺมาอรหํ”
อีก (บางท่านก็จะลืมว่า “สมฺมาอรหํ” ไปเอง
ในขณะที่ใจหยุดนิ่งนั้น) เพ่งเบาๆ
ที่ศูนย์กลางดวงแก้วนั้น
เมื่อใจหยุดนิ่งสนิท
จะเห็นจุดเล็กใสที่ศูนย์กลางดวงแก้วด้วย ดวงชัดและใส สว่าง
ขึ้น เมื่อเห็นดวงแก้วชัดขึ้นมาแล้ว
แล้วให้แตะใจเบาๆ
ที่ศูนย์กลางดวงแก้วนั้น อย่าเพ่งดวงแก้วแรงเกินไป
เพราะจะทำให้ดวงเคลื่อนและ/หรือหายไป
ให้แตะใจเพียงแผ่วๆ ลงไปที่ศูนย์กลางดวงแก้วนั้น
พอใจหยุดได้ถูกส่วนเข้า ดวงเดิมก็จะว่างหายไป
แล้วปรากฏดวงใหม่ใสแจ่มบังเกิดขึ้นแทนที่
มีรัศมีสว่างกว่าที่เคยนึกทีแรกเสียอีก
และถ้าหยุดนิ่งถูกส่วน ยิ่งนิ่งสนิท ดวงใสจะขยายโตขึ้น
ให้ปล่อยใจให้ดิ่งลงไป ณ ศูนย์กลางดวงแก้วนั้นไว้เรื่อย
ไม่ถอยใจออกมา
ไม่ช้าก็จะเห็นกายในกายภายใน ก็ให้เดินดวงเดินกาย คือ เห็นดวงก็เอาใจจรดเข้าที่ศูนย์กลางดวง
เห็นกายก็เอาใจจรดเข้าที่ศูนย์กลางกาย ไม่มีถอยออก
ใจละเอียดหยุดนิ่งเท่าไร กายในกายยิ่งใสสว่าง ใตใหญ่ขึ้นเท่านั้น.
หมั่นทำทุกอิริยาบถ
แล้วต้องทำทุกอิริยาบถ คือเดิน ยืน นั่ง
และนอน ทำบ่อยๆ เนืองๆ
ไม่ละเว้นเสียกลางคัน ด้วยใจรัก ด้วยความเพียร
ด้วยความต่อเนื่อง
ยามเมื่อว่างจากภารกิจการงาน
ตรึกนึกให้เห็นดวงแก้วกลมใส ใจอยู่ในกลางของกลาง
ตรงจุดเล็กใส ท่องในใจว่า "สัมมาอรหังๆๆ" ไว้มากๆ
ต่อเนื่องไปมากๆ ใจก็จะหยุดนิ่งได้โดยง่าย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก่อนนอน ก็พยายามกำหนดนิมิต
และสัมมาอรหังคู่กันไปจนหลับ ก่อนจะหลับ
จิตดวงเดิมจะตกศูนย์ จิตดวงใหม่จะลอยเด่นขึ้นมาใส
ท่านสามารถจะเห็นได้โดยง่าย และอาศัยอารมณ์เช่นนั้น
ก่อนจะหลับ
ก่อนจะตื่นเหมือนกัน
ถ้าเคยตื่น ๖ โมงเช้า ลองตื่นตีห้าครึ่ง
พอตื่นแล้วยังไม่ต้องลุกขึ้นทันที ตายังหลับอยู่
แต่ใจเราตื่น ดูไปที่ศูนย์กลางกายจะเห็นดวง
พอเห็นแล้วเราเอาอารมณ์นั้นมาสู่ใจเรา ทำบ่อยๆ
ก็จะเป็น
เมื่อถึงเวลาก็เป็นเอง
แม้ขณะเดิน นั่ง ปกติธรรมดา
ถ้าอารมณ์สบาย ใจเป็นบุญเป็นกุศล ใจก็สบาย
พอใจสบายก็จะเห็นได้